กล้องฟิล์ม

กล้องฟิล์ม

กล้องฟิล์ม ก่อนที่จะมาเป็นกล้องดิจิตอลในปัจจุบันมีกล้องที่เกิดมาก่อนคือกล้องฟิล์ม กล้องฟิล์มมีวิวัฒนาการมาเป็นร้อยปีก่อนจะมาเปลี่ยนเป็นดิจิตอลในช่วง 10 กว่าปีนี้เอง หลายๆ คนน่าจะมีโอกาสได้ใช้ กล้องที่ใช้ฟิล์มมีหลายแบบทั้ง
Large format , Medium format , Rangefinder และที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายคือ SLR กล้องแบบนี้สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้เรียกว่า single lens reflex (SLR) reflex แปลว่าสะท้อน หมายความว่า เมื่อเรามองเข้าไปที่ช่องมองภาพ (Viewfinder)
เราจะเห็นภาพผ่านเลนส์โดยกระจก (Mirror) สะท้อนภาพที่อยู่ภายในตัวกล้อง เมื่อเรากดชัตเตอร์ถ่าย กระจกจะยกขึ้น แสงจะเข้าสู่ฟิล์ม เป็นอันจบกระบวนการการบันทึกภาพ แล้วจากนั้นจึงนำฟิล์มไปล้างและอัดเป็นรูปหรือสมัยนี้นำฟิล์มที่ล้างแล้วไปสแกนและเปิดดูในคอมได้

เมื่อยุคดิจิตอลมาถึงสามารถถ่ายและเห็นภาพข้างหลังกล้องได้เลย การจะไปใส่ฟิล์ม ถ่ายแล้วต้องเอาไปล้างไปอัด กว่าจะได้ดูภาพมันไม่ทันใจ ความนิยมเลยตกลงไป แต่ในช่วง 1-2 ปีนี้กล้องฟิล์มกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง จากวัยรุ่นทั้งในไทยและต่างประเทศ 
เหตุผลที่กล้องฟิล์มกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ส่วนหนึ่งบอกว่ากล้องดิจิตอลมันง่ายไปถ่ายแล้วเห็นเลยไม่ได้ลุ้น (เวลาเปลี่ยนความคิดก็เปลี่ยน!!) และที่สำคัญกล้องฟิล์มวินเทจมันหน้าตาดี ในปัจจุบันมีผู้ผลิตกล้องดิจิตอลหลายค่ายผลิตกล้องที่หน้าตาวินเทจออกมาขายและขายดีมาก หลายคนซื้อเพราะเหตุผลนี้ก่อนที่จะดูสเปคซะอีก 
หากใครสนใจกล้องฟิล์มในกรุงเทพสามารถหามือสอง (มือหนึ่งไม่น่าจะมีผลิตแล้ว) ได้ที่ Mega Plaza วังบูรพา ชั้น 5 หรือหาซื้อจาก ebay ก็ได้ ส่วนตัวแนะนำว่าถ้าไม่มีความรู้หาซื้อตามร้านน่าจะดีกว่าเพราะได้ดูของ ได้ลอง มีอะไรไม่เข้าใจจะได้ถามคนขายได้ กล้องที่นิยมหามาใช้กัน ได้แก่ Nikon FM2, Canon AE-1, Minolta SRT 101, Pentax K1000

กล้องฟิล์ม ใช้แล้วทิ้ง

กล้องพวกนี้จะมีฟิล์มติดมาพร้อมกับกล้องเลย การทำงานของกล้องจะค่อนข้างตายตัว เพื่อให้ใช้งานง่าย อย่างเจ้าตัว Fuji Simple Ace นี้ มีค่า ISO 400 ช่องรับแสงจะอยู่ที่ F/10 ส่วน Shutter Speed จะอยู่ที่ 1/140 ระยะทำการของแฟลชไกลสุดที่ 3 เมตร ระยะการโฟกัสจะอยู่ที่ 1 เมตรถึง Infinity หรือก็คือ 1 เมตรขึ้นไปชัดหมด ซึ่งจะให้พูดก็คือเจ้ากล้องตัวนี้ถ่ายกลางวันได้ดี แต่ถ้าช่วงเย็นๆนี่จะเริ่มมืดละทำให้อันเดอร์ได้ จึงมีแฟลชมาช่วยเหลือในกรณีแสงน้อย

กล้องระบบกลไก (Mechanic)

คือ กล้องฟิล์มประเภทนี้ เป็นกล้องที่มีกลไกการทำงานผ่านระบบฟันเฟือง อาจจะมีวัดแสงเสริมเข้ามาเป็นระบบไฟฟ้าในบางส่วน

จุดเด่น

  • ไม่มีถ่านก็สามารถถ่ายรูปได้
  • ในสมัยปัจจุบันถ้าเทียบเรื่องความทนทานและการดูแลจะง่ายกว่าระบบไฟฟ้า
  • ซ่อมง่าย หากเสีย อาจจะยังหาอะไหล่บางตัวมาซ่อมได้

จุดด้อย

  • ฟังค์ชั่นการทำงานน้อยกว่าระบบไฟฟ้า

กล้องระบบไฟฟ้า (Electronic)

คือ กล้องที่มีกลไกการทำงานผ่านระบบไฟฟ้า โดยส่วนใหญ่แล้วฟังค์ชั่นการทำงานจะมีให้เล่นมากกว่าตัวกลไก เช่น ระบบชดเชยแสง(EV), การตั้ง Timer ที่แม่นยำกว่า, ระบบบันทึกวันที่ลงบนรูปภาพ, โหมดAuto เป็นต้น

จุดเด่น

  • ลูกเล่นเยอะกว่าระบบไฟฟ้า
  • ระบบเที่ยงตรงกว่า

จุดด้อย

  • ต้องใส่ถ่านในการใช้งาน
  • หากไม่มีถ่านอาจถ่ายได้ที่ความเร็วชัตเตอร์ speed เดียว หรือถ่ายไม่ได้เลย
  • ในสมัยปัจจุบัน หากกล้องเสีย อาจไม่มีทางซ่อมได้เนื่องจากชิ้นส่วนเลิกผลิตไปแล้ว(ก็กล้องฟิล์มมันนานละนิเนอะ)

กล้องฟิล์ม Rangefinder แบบกะระยะ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Rangefinder แบบกะระยะ

Concept ของกล้องประเภทนี้ จะเป็นแนว Point&Shoot (ยกขึ้นมาถ่ายแชะ ถ่ายแชะ) เน้นว่องไว เน้นพกพาสะดวก เพราะกล้องประเภทนี้ส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักเบา โดยช่องมองถ่ายจะเป็นเพียงกระจกไว้มองภาพ การทำงานนั้นจะแยกกับตัวเลนส์อย่างสิ้นเชิง ก็คือมีไว้เล็งภาพเฉยๆนั่นแหละ ส่วนในการโฟกัสผู้ถ่ายจะต้องกะระยะโฟกัส ระหว่างวัตถุที่เราจะถ่าย กับระยะของตัวกล้อง
จะมีระยะโฟกัส 1เมตร, 1.5เมตร, 3 เมตร และไปจนถึง infinity คือวิวไกลๆชัดหมด ซึ่งเวลากะโฟกัสนี่แหละ ที่เราจะต้องคาดเดาว่าโฟกัสเข้าแล้วหรือยัง กล้องประเภทนี้ส่วนใหญ่มากับเลนส์ที่โคตรคมเพื่อลดความผิดพลาดในการโฟกัส โดยการบอกระยะห่างโฟกัสบางตัวจะบอกระยะโฟกัสเป็นเลขระยะ หรือ บางตัวจะเป็นสัญลักษณ์ตามระยะของกล้อง

สรุปข้อดีของ กล้องแบบกะระยะ

  • กล้องประเภทนี้ส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา เหมาะแก่การพกพา
  • หากโฟกัสจนคล่องมือแล้ว สามารถถ่าย Snap ได้อย่างรวดเร็ว
  • ราคาไม่สูงมากนัก

สรุปข้อเสียของ กล้องแบบกะระยะ

  • ต้องฝึกฝนการโฟกัสและการควบคุม F ในระดับนึง(หากไม่มีโหมดAP)
  • การวางองค์ประกอบของภาพจะไม่ตรงกับช่องมองภาพ จะต้องใช้จนเคยชินสักพักถึงจะกะถูก

กล้องฟิล์ม Rangefinder แบบภาพซ้อน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Rangefinder แบบภาพซ้อน

เป็นกล้องที่เหมาะสำหรับมือใหม่ที่จะเริ่มเล่นกล้องฟิล์ม เนื่องด้วยตัวของกล้องชนิดนี้เป็นกล้องที่ไม่ใหญ่มากนัก(สำหรับบางตัว) หรือไปจนถึง เล็กๆเลยก็มี และด้วยระบบในการโฟกัสของเจ้าตัวนี้นั้นเหมาะสำหรับมือใหม่มาก ซึ่งโดยพื้นฐานจริงๆแล้วเจ้ากล้องตัวนี้นี่รูปแบบการเล็งภาพจะคล้ายคลึงกับเจ้าตัวกะระยะ ก็คือกระจกมองภาพจะแยกกับเลนส์โดยสิ้นเชิง แต่มีการบอกจุดโฟกัสเข้ามาให้ด้วยนั่นเอง ทำให้การโฟกัสนั้นแม่นยำยิ่งขึ้น

และเจ้าสีเหลืองตรงกลางนั่นแหละคือการโฟกัสภาพ โดยตอนที่โฟกัส ในบริเวณส่วนโฟกัสจะมีภาพที่ทับซ้อนกันอยู่

สรุปข้อดีของ กล้องRangefinderแบบภาพซ้อน

  • โฟกัสง่ายเหมาะกับมือใหม่หรือผู้มีปัญหาทางด้านค่าสายตา แต่กล่าวถึงตัวที่ช่องมองภาพ ที่มองยากก็มีนะต้องดูดีๆ
  • ราคาไม่สูง บางตัวเริ่มต้นประมาณ 1,000 ปลายๆ แล้วแต่สภาพ แต่หากกล่าวถึงตัวแพงก็แพงลิบลิ่วเหมือนกัน
  • กล้องส่วนใหญ่จะมีขนาดเล็กถึงกลางๆ พกพาสะดวก
  • ชัตเตอร์เบามาก ทำให้เราสามารถถ่ายในที่แสงน้อยได้มากขึ้น

สรุปข้อเสียของ กล้องRangefinderแบบภาพซ้อน

  • โฟกัสใกล้สุดส่วนใหญ่จะอยู่ระยะ 0.9–1 เมตร ก็คือจะถ่ายมาโครไม่ได้นั่นแหละ ฮือออ
  • กล้องชนิดที่เปลี่ยนเลนส์ได้ส่วนมากจะมีราคาค่อนข้างสูง
  • ถ้าหากจุดโฟกัสภาพซ้อนไม่ชัด จะโฟกัสยากมากเวลาจะซื้อต้องดูดีๆ
  • หากจุดโฟกัสภาพซ้อนหายไป จะเปรียบเสมือนกล้องกะระยะไปในทันที
  • การวาง Composition ของภาพที่ถ่ายออกมาจะไม่ตรงกับช่องมองภาพ จะต้องใช้จนเคยชินนิดนึงถึงจะกะถูก
  • หากเปลี่ยนเลนส์ได้ ระยะเลนส์มีให้เลือกน้อยกว่า SLR เยอะ

กล้องฟิล์ม Single-Lens Reflex(SLR)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ SLR camera analog

กล้องชนิดนี้ผมคิดว่าเพื่อนๆคงได้ยินคำว่า DSLR มาไม่มากก็น้อย ซึ่งจริงๆเจ้า DSLR นี่ก็ย่อมาจาก Digital Single-Lens Reflex นั่นแหละ เอาง่ายๆคือแค่เติม Digital ไปข้างหน้าเท่านั้นเอง ซึ่งข้อดีของกล้องชนิดนี้คือเราสามารถหาจุดโฟกัสผ่าน Viewfinder ได้เลย ช่วงเวลาที่เราจัดวางองค์ประกอบของภาพ ภาพมองกับภาพที่ถ่ายออกมาก็จะเหมือนกันเป๊ะๆ

หลักการทำงานของเจ้าตัวนี้คือ

ตัวภาพจะทอดแสงผ่านเข้ามาทางเลนส์กล้อง กระทบกับกระจกสะท้อนภาพ ผ่านไปยังปริซึ่ม และตัวปริซึ่มจะสะท้อนมาทางช่องมองภาพ ที่เรามองเห็นตอนเล็งถ่ายรูปนั่นเอง

การกดชัตเตอร์ ก็คือการที่กระจกสะท้อนภาพจะยกขึ้นมา แล้วตัวม่านชัตเตอร์ระหว่างกระจกและตัวรับภาพก็จะเปิดออกเพื่อให้ภาพถูกบันทึกลงไปบนแผ่นฟิล์มนั่นเอง หลักการทำงานของกล้อง SLR เหมือนกล้อง DSLR นี่แหละ แค่เปลี่ยนจากตัว Sensor รับภาพเป็นเนื้อฟิล์มเท่านั้นเอง

สรุปข้อดีของ กล้องSingle-Lens Reflex(SLR)

  • ภาพที่เราจัดวางองค์ประกอบจาก Viewfinder จะตรงกับภาพที่ถูกถ่าย
  • ตัวเลนส์สามารถเปลี่ยนได้หลากหลายมีหลายระยะ รวมไปถึงสามารถใช้เลนส์ค่ายอื่นได้(ต้องมี Adapter)
  • ตัวกล้องกับตัวเลนส์สามารถซื้อแยกกันได้
  • เสียงชัตเตอร์ลั่นสะใจ! (มันดีต่อใจจริงๆนะ ฮ่าๆๆ)
  • ราคามีตั้งแต่ถูกไปจนแพงหูฉี่

สรุปข้อเสียของ กล้องSingle-Lens Reflex(SLR)

  • เวลาถ่าย ความเร็วชัตเตอร์(Shutter Speed)ต่ำมีโอกาสที่ภาพจะเบลอกว่ากล้องแบบกะระยะ และ Rangefinder นะ เพราะกระจกมันจะดีดขึ้นมาเวลากดชัตเตอร์
  • มีน้ำหนักที่ค่อนข้างหนักมากกว่ากล้อง Rangefinder เนื่องจากมีกระจกและปริซึ่มเพิ่มเข้ามาในตัวกล้อง รวมไปถึงน้ำหนักเลนส์บางตัวมีค่อนข้างมาก
  • หน้าตากล้องอาจจะดูจริงจังไปซักนิดเวลาถ่ายสตรีท และอาจจะทำให้ Subject ตื่นตัวได้ง่าย
  • หากกระจกสะท้อนภาพเบี้ยว หรือมีการตั้งค่าที่ไม่ดี ภาพที่เราเห็น กับภาพที่ถูกบันทึก จะไม่ตรงกัน เช่น อาจจะโฟกัสไม่เข้า หรือ องค์ประกอบภาพเปลี่ยนไปจากที่คำนวนไว้


สนับสนุนโดย PGSLOT
ติดตามอ่านเรื่องราวดีดี ได้ที่ analog-scene.com

cr..medium.com  

รีวิวฟิล์ม